ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Products (สินค้า)
dot
dot
Sprinklers (อุปกรณ์ระบบสปริงเกลอร์)
dot
bulletHunter
bulletNAANDANJAIN
bulletNELSON
bulletRain Bird
bulletWeathermatic
dot
Pumps (ปั้มน้ำ)
dot
bulletEBARA
bulletFuji
bulletLine
bulletPedrollo
bulletShofu Pump
bulletชุดตู้ควบคุม
dot
HDPE Pipe (ท่อเอชดีพีอี)
dot
bulletHDPE Pipe (ท่อเอชดีพีอี)
dot
Compression Fittings (ข้อต่อแบบสวมอัด)
dot
bulletCl Waterwere
bulletPBP
bulletPenquin
dot
Pipes & Fittings (ท่อน้ำเกษตร-ข้อต่อ)
dot
bulletSuper Product
dot
Electrical Conduit (ท่อร้อยสายไฟฟ้า)
dot
bulletElectrical Conduit (ท่อร้อยสายไฟฟ้า)
dot
Sub Drain Pipes (ท่อระบายน้ำใต้ดิน)
dot
bulletท่อและข้อต่อต่อนีโอเดรน NEDRAIN
bulletท่อและข้อต่อแทพคอร์ TAPKORR
dot
Filters (กรองน้ำเกษตร)
dot
bulletSuper Product
bulletAmiad
dot
Drippers (ระบบน้ำหยด)
dot
bulletDrippers ระบบน้ำหยด
dot
Fog Systems (ระบบพ่นหมอก)
dot
bulletFog Systems ระบบพ่นหมอก
dot
Fountain System (ระบบน้ำพุ)
dot
bulletDena
bulletFORTUNE
bulletKing Star
dot
OASE Product (อุปกรณ์ระบบน้ำจากเยอรมัน)
dot
bulletPondovac 4 เครื่องดูดทำความสะอาดสระน้ำ บ่อเลี้ยงปลา
bulletFiltoClear Sets ชุดกรองน้ำใส สระน้ำ บ่อเลี้ยงปลา
bulletOxyTex CWS Set ชุดเพิ่มออกซิเจนในน้ำ
dot
กรุณาฝาก Email ของท่าน เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ

dot
dot
Log in
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
ระบบการบริการ
dot
bulletบริการออกแบบ Design Service
bulletบริการติดตั้ง
bulletน้ำพุแบบทุ่นลอย (ประกอบเอง)
dot
คำถามที่พบบ่อย(FAQ)
dot
bulletคำถามที่พบบ่อย(FAQ)
dot
ผลงานติดตั้งระบบน้ำพุของ "OASE"
dot
bulletVDO สาธิตสินค้าของ "OASE"
dot
VDO ผลงานของบริษัท
dot
bulletสวนหลวง ร.๑
bulletน้ำพุที่เซ็นทรัลเวิร์ล
bulletสวนหลวง ร.๙
dot
My Gallery
dot
bulletผลงานระบบรดน้ำต้นไม้
bulletผลงานระบบน้ำพุ
bulletผลงานระบบน้ำพุเต้นระบำ ประกอบดนตรี
bulletผลงานระบบพ่นหมอก
dot
นานาสาระเกี่ยวกับการเกษตร
dot
bulletการวางแผนระบบรดน้ำ
bulletอุปกรณ์การให้น้ำพืชสมัยใหม่
bulletชนิดของหัวจ่ายน้ำ
bulletระบบสปริงเกลอร์ทำงานอย่างไร
bulletการเลือกปั๊มน้ำ ระบบสปริงเกลอร์
dot
เว็บที่น่าสนใจ
dot
bulletงานบริการด้านสวนครบวงจร
bulletตู้ควบคุมระบบปั๊ม
bulletReadyGarden
bulletPL Design ภูมิสถาปัตยกรรม
bulletที.อาร์.กรีน
bulletความรู้เกี่ยวกับการจัดสวน
bulletการเลือกใช้ปั๊มน้ำ
bulletท่อHDPEี (High Density Polyethylene)
bulletท่อ EFLEX
bulletการให้น้ำต้นพืชในแปลงขยายพันธุ์
dot
จำหน่ายพรรณไม้
dot
bulletสวนตาฉิน
bulletกรองน้ำสปริงเกลอร์
bulletบี.เค. การ์เด้น
bulletการทำระบบน้ำสำหรับฟุตบอลที่มาตราฐาน
bulletเว็บของคนรักปลาคาร์ฟ
bulletเว็บของคนปลาคาร์ฟเว็บแรกของมืองไทย
bulletการวางแผ่นทางเดินในสนามหญ้า
bulletปิดขอบงานจัดสวนด้วยแนวหินกรวด
bulletปลูกต้นไม้ตามทิศ
bulletชุดน้ำพุทุ่นลอย รุ่น MIDI
bulletชุดน้ำพุทุ่นลอย รุ่น MAXI
bulletชุดน้ำพุทุ่นลอย รุ่น Pond Jet
dot
ระบบน้ำพุ OASE (Germany)
dot
dot
ระบบพ่นหมอก
dot
bulletตัวอย่างสปริงเกลอร์
dot
dot


ตรวจสอบสถานะของที่ท่านส่ง ทางไปรษณีย์ไทย


อุปกรณ์การให้น้ำพืชสมัยใหม่
อุปกรณ์การให้น้ำพืชสมัยใหม่

สภาวะการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตรในปัจจุบันเป็นปัญหาที่สำคัญสำหรับเกษตรกร การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการผลิตทางการเกษตร นับวันจะมีความสำคัญยิ่งขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกพืชเพื่อให้ได้ปริมาณและคุณภาพของผลผลิตตรงตามความต้องการของตลาด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาวิธีการให้น้ำและปริมาณน้ำที่จะต้องให้แก่พืชเพื่อให้พืชใช้น้ำได้อย่างพอเพียงตลอดฤดูเพาะปลูก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งถ้าหากให้น้ำในปริมาณหรือระยะเวลาที่ไม่เหมาะสม ต่อความต้องการของพืชก็จะไม่เกิดประโยชน์ต่อพืชหรือตรงข้ามอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อพืชขึ้นได้

นอกจากปัญหาการขาดแคลนน้ำแล้วปัญหาแรงงานก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง ในการทำการเกษตรในปัจจุบัน เนื่องจากแรงงานในภาคการเกษตรได้ลดลงอย่างมาก เนื่องจากมีการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรม จึงทำให้ค่าแรงงานสูงขึ้น ในการเพาะปลูกพืชมีความจำเป็น จะต้องมีการให้น้ำดังนั้นการเลือกวิธีการให้น้ำที่เหมาะสมกับ สภาพพื้นที่นอกจากจะทำให้พืชเจริญเติบโตดี ไม่ขาดน้ำและรากพืชไม่กระทบกระเทือนอันเนื่องมากจากน้ำที่ให้แล้วยังช่วยประหยัดแรงงานได้อีกทางหนึ่ง นั่นหมายถึงเกษตรกรสามารถลดต้นทุนในส่วนของแรงงานและค่าพลังงานที่จำเป็นในการให้น้ำลงได้ วิธีการให้น้ำพืชที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังต้องช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยของพืชด้วย โดยวิธีการให้น้ำที่ดีจะต้องสามารถให้ปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีที่จำเป็นต่อพืชได้ในขณะให้น้ำ ทั้งนี้จะเห็นว่านอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยแล้วยังสามารถลดแรงงานในการให้น้ำได้ด้วย เนื่องจากวิธีการให้ปุ๋ยร่วมกับระบบให้น้ำพืชมีความต้องการแรงงานน้อยเมื่อเทียบกับวิธีการให้น้ำแบบเดิม

ระบบการให้น้ำพืชที่เกษตรกรนิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นในการเลือกใช้เกษตรกร จะต้องมีความรู้เรื่องหลักการเลือกใช้ที่ถูกต้อง เหมาะสมกับชนิดของพืช และสภาพพื้นที่ระบบการให้น้ำพืชจึงจะสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนที่เกษตรกรจ่ายไป นอกจากนี้อุปกรณ์ต่างๆ ในระบบให้น้ำพืชยังมีเทคนิควิธีการใช้งาน และการดูแลรักษาที่อาจจะไม่ซับซ้อนยุ่งยาก แต่ต้องมีความรู้และเข้าใจในการใช้และการดูแลรักษาเพื่อให้อุปกรณ์เหล่านี้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

 

 

อุปกรณ์ให้น้ำพืชแบบหยดและแบบฉีดฝอย ประกอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

1. อุปกรณ์จ่ายน้ำ ทำหน้าที่ในการจ่ายน้ำหรือกระจายน้ำให้กับพืช มีหลายชนิดขึ้นอยู่กับความต้องการน้ำของพืชและแรงดันที่ใช้งาน โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ คือ หัวจ่ายน้ำแบบหยด กับหัวจ่ายน้ำแบบสปริงเกลอร์

    1.1 อุปกรณ์จ่ายน้ำแบบหยด เป็นอุปกรณ์จ่ายน้ำให้พืชทีละน้อยๆ มีอัตราการจ่ายน้ำ 2 - 20 ลิตรต่อชั่วโมง ใช้แรงดันน้ำต่ำ ประมาณ 0.5 - 2 บาร์ และอุปกรณ์ให้น้ำแบบหยดยังแบ่งออกเป็น 2 ชนิดตามลักษณะการติดตั้งกับท่อจ่ายน้ำคือ

             1.1.1 ชนิดที่ติดตั้งบนท่อ (On Line Drippers) โดยแยกเป็นหัวๆ สามารถที่จะกำหนดระยะการติดตั้งเองได้ด้วยการเจาะท่อ แล้วนำหัวน้ำหยดชนิดนี้ไปติดตั้งโดยการเสียบลงไปในท่อพลาสติกพีอี หัวน้ำหยดจะยึดติดกับท่อโดยอัตโนมัติ ถ้าหากใช้ท่อพีวีซีเป็นท่อส่งน้ำก็จะมีหัวน้ำหยดชนิดที่มีที่เสียบเป็นแบบเกลียว สามารถขันเข้าไปในท่อพีวีซีที่เจาะรูด้วยสว่านเจาะรู นอกจากนี้ยังมีให้เลือกทั้งชนิดที่ปรับแรงดันน้ำได้ในตัวและชนิดที่ไม่สามารถปรับแรงดันน้ำได้แต่จะมีราคาถูกกว่า

 

 

 

 

ภาพที่ 1 หัวน้ำหยดแบบติดตั้งบนท่อ

 

 

อุปกรณ์ให้น้ำพืชแบบหยดและแบบฉีดฝอย ประกอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

1. อุปกรณ์จ่ายน้ำ ทำหน้าที่ในการจ่ายน้ำหรือกระจายน้ำให้กับพืช มีหลายชนิดขึ้นอยู่กับความต้องการน้ำของพืชและแรงดันที่ใช้งาน โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ คือ หัวจ่ายน้ำแบบหยด กับหัวจ่ายน้ำแบบสปริงเกลอร์

    1.1 อุปกรณ์จ่ายน้ำแบบหยด เป็นอุปกรณ์จ่ายน้ำให้พืชทีละน้อยๆ มีอัตราการจ่ายน้ำ 2 - 20 ลิตรต่อชั่วโมง ใช้แรงดันน้ำต่ำ ประมาณ 0.5 - 2 บาร์ และอุปกรณ์ให้น้ำแบบหยดยังแบ่งออกเป็น 2 ชนิดตามลักษณะการติดตั้งกับท่อจ่ายน้ำคือ

             1.1.1 ชนิดที่ติดตั้งบนท่อ (On Line Drippers) โดยแยกเป็นหัวๆ สามารถที่จะกำหนดระยะการติดตั้งเองได้ด้วยการเจาะท่อ แล้วนำหัวน้ำหยดชนิดนี้ไปติดตั้งโดยการเสียบลงไปในท่อพลาสติกพีอี หัวน้ำหยดจะยึดติดกับท่อโดยอัตโนมัติ ถ้าหากใช้ท่อพีวีซีเป็นท่อส่งน้ำก็จะมีหัวน้ำหยดชนิดที่มีที่เสียบเป็นแบบเกลียว สามารถขันเข้าไปในท่อพีวีซีที่เจาะรูด้วยสว่านเจาะรู นอกจากนี้ยังมีให้เลือกทั้งชนิดที่ปรับแรงดันน้ำได้ในตัวและชนิดที่ไม่สามารถปรับแรงดันน้ำได้แต่จะมีราคาถูกกว่า

 

 

ภาพที่ 2 หัวน้ำหยดแบบติดตั้งในท่อ

 

     1.2 อุปกรณ์จ่ายน้ำแบบสปริงเกลอร์ เป็นอุปกรณ์ให้น้ำที่ทำหน้าที่กระจายน้ำให้กับพืชคล้ายๆ ฝนตกโดยฉีดน้ำขึ้นไปบนอากาศแล้วตกลงมาที่ต้นพืช มีตั้งแต่ขนาดเล็กอัตราการให้น้ำตั้งแต่ 7 - 150 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง แรงดันใช้งานตั้งแต่ 1 - 10 บาร์ มีรัศมีการกระจายน้ำตั้งแต่ 1 - 50 เมตร ถ้าแบ่งชนิดของหัวสปริงเกลอร์ตามลักษณะของน้ำที่ฉีดออกมาสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

             1.2.1 หัวพ่นหมอก (Mist) ลักษณะของน้ำที่ถูกปล่อยออกมาจากหัวจ่ายน้ำแบบนี้จะมีลักษณะเป็นละอองหมอกเล็กๆ อัตราการจ่ายน้ำน้อย ประมาร 7 ลิตรต่อชั่วโมง แต่ต้องการแรงดันในการใช้งานสูงอย่างน้อย 2 บาร์ขึ้นไปเพื่อทำให้น้ำที่ถูกพ่นออกมาเป็นละอองละเอียด ใช้ในการเพิ่มความชื้นให้กับอากาศ หรือใช้ในการระบายความร้อนได้ในโรงเรือนเพาะชำ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในโรงเรือนปศุสัตว์เพื่อลดความร้อนของโรงเรือนได้ น้ำที่ใช้จะต้องมีความสะอาดมาก

 

 

 

 

ภาพที่ 3 หัวสปริงเกลอร์แบบพ่นหมอก

 

1.2.2 หัวพ่นฝอย (Spray) เป็นหัวจ่ายน้ำที่ฉีดน้ำออกมาเป็นเม็ดน้ำ ซึ่งมีขนาดใหญ่และปริมาณน้ำการจ่ายน้ำมากกว่าแบบพ่นหมอก แต่แรงดันที่ใช้ต่ำกว่า มีรัศมีการกระจายน้ำประมาณ 1 - 2 เมตร สามารถเลือกมุมในการให้น้ำได้ เช่น 90, 180 และ 360 องศาในแนวราบ ตามลักษณะการปลูกพืชหรือแปลงปลูก น้ำที่ใช้จะต้องมีความสะอาดพอสมควร

 

 

 

ภาพที่ 4 หัวสปริงเกลอร์แบบพ่นฝอย

 

             1.2.3 หัวมินิสปริงเกลอร์ (Mini Sprinklers) เป็นหัวกระจายน้ำที่มีลักษณะของเม็ดน้ำที่ฉีดออกมามีขนาดใหญ่ขึ้น อัตราการจ่ายน้ำ 50 - 350 ลิตรต่อชั่วโมง มีรัศมีการให้น้ำ 2 - 6 เมตร ใช้แรงดัน 1 - 3 บาร์ มีทั้งแบบติดตั้งบนท่อแขนงโดยใช้ท่อตั้ง (Riser) แยกขึ้นมาเหนือดินและแบบที่มีท่อเล็กๆ จ่ายน้ำจากท่อแขนงมายังหัวจ่ายน้ำ แบ่งออกเป็นสามลักษณะคือ

                  1.2.3.1 แบบมีใบพัดหมุนเหวี่ยงน้ำ ใบพัดจะทำหน้าที่หมุนเหวี่ยงน้ำให้กระจากไปรอบๆ หัวจ่ายน้ำโดยอาศัยแรงดันของน้ำเป็นตัวผลักดันให้ใบพัดหมุน

                  1.2.3.2 แบบใช้น้ำกระทบกับผนังด้านบน เป็นแบบที่อาศัยน้ำที่ถูกฉีดออกมาจากหัวฉีดแล้วกระทบกับผนังด้านบนแล้วแตกกระจายออก

                  1.2.3.3 แบบท่อเจาะรู เป็นท่อที่เจาะรูด้านบนและด้านข้างเพื่อให้น้ำฉีดออกมาได้

 

 

  

  

 

ภาพที่ 5 หัวสปริงเกลอร์แบบมินิสปริงเกลอร์   

1.2.4 หัวสปริงเกลอร์ (Sprinklers) มีอัตราการจ่ายน้ำสูงมากกว่า 1,000 ลิตรต่อชั่วโมง ขึ้นไป รัศมีการเปียกน้ำตั้งแต่ 30 เมตรขึ้นไป ต้องการแรงดันในการทำงานตั้งแต่ 4 - 7 บาร์ มีลักษณะของหัวมากมายหลายแบบทั้งแบบที่ฉีดน้ำออกทางด้านหน้าด้านเดียว และแบบที่ฉีดน้ำออกทั้งสองข้างโดยด้านหน้าจะฉีดได้ไกลกว่าด้านหลัง ซึ่งโดยมากน้ำจะไม่ตกในบริเวณที่ติดตั้งหัวสปริงเกลอร์ จึงจำเป็นจะต้องมีการฉีดน้ำออกมาทางด้านหลังเพื่อช่วยแก้ปัญหาการกระจายน้ำให้ดีขึ้น

 

 

 

ภาพที่ 6 หัวสปริงเกลอร์ขนาดใหญ่

 

1.2.5 หัวสปริงเกลอร์สำหรับสนามหญ้า (Pop Up sprinklers) เหมาะสำหรับใช้กับสนามหญ้า ซึ่งจะไม่กีดขวางหรือเกะกะเนื่องจากหัวสปริงเกลอร์ชนิดนี้ จะถูกฝังไว้ในดินจะโผล่ขึ้นมาเหนือดิน เฉพาะขณะทำงานเท่านั้นตัวหัวสปริงเกลอร์จะเก็บอยู่ในกล่องมีฝาปิดอย่างดี การทำงานของหัวสปริงเกลอร์จะต้องอาศัยแรงดันของน้ำในการยกตัวของหัวขึ้นเหนือพื้นดินแล้วฉีดน้ำออกไป และเมื่อหยุดให้น้ำแรงดันของน้ำก็จะลดลงทำให้หัวสปริงเกลอร์พร้อมฝาปิดลดระดับลงและเข้าไปเก็บอยู่ในกล่องอย่างเดิม การเลือกใช้หัวสปริงเกลอร์สนามหญ้านั้นสามารถเลือกมุมการฉีดน้ำในแนวราบได้ บางรุ่นสามารถปรับองศาการฉีดน้ำให้เหมาะสมกับสภาพสนามหญ้าแต่ละแห่งได้

 

 

 

  

 

ภาพที่ 7 หัวสปริงเกลอร์สำหรับสนามหญ้า

 

2. ท่อ (Piping)

ทำหน้าที่ในการส่งน้ำจากแหล่งน้ำไปให้หัวจ่ายน้ำ โดยมีการเชื่อมต่อท่อด้วยข้อต่อชนิดต่างๆ ถ้าหากความยาวของท่อไม่เพียงพอ ท่อส่งน้ำมีหลายชนิดคือ

    2.1 ท่อพีวีซี (PVC) เป็นท่อพลาสติก ยาวท่อนละ 4 เมตร ไม่ทนต่อแสงอุลตร้าไวโอเล็ต แตกหักได้ง่ายหากกระทบกระเทือนหรือโดนรถเหยียบ แบ่งตามชนิดการใช้งานได้ 3 ประเภทคือ

             2.1.1 ท่อพีวีซีสีเทา ใช้ในงานส่งน้ำทางการเกษตรซึ่งไม่ต้องการแรงดันมากนำ มีความหนาของท่อน้อย

             2.1.2 ท่อพีวีซีสีเหลือง ใช้ในงานร้อยสายไฟฟ้าทนต่อความร้อนและไฟได้ดี

             2.1.3 ท่อพีวีซีสีฟ้า ใช้ในงานส่งน้ำประปาและการเกษตร มีความหนามากกว่าแบบอื่น ทนแรงดันได้ดีกว่า แบ่งออกเป็น 3 ชั้นคุณภาพ (Class) โดยจะมีความหนาและสามารถทนแรงดันได้แตกต่างกัน คือ

                  2.1.3.1 ชั้น 5 หมายถึงใช้งานที่แรงดัน 5 บาร์

                  2.1.3.2 ชั้น 8.5 หมายถึงใช้งานที่แรงดัน 8.5 บาร์

                  2.1.3.3 ชั้น 13.5 หมายถึงใช้งานที่แรงดัน 13.5 บาร์

    2.2 ท่อเหล็ก มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหลายขนาดให้เลือกใช้ ผลิตจากเหล็กอาจจะอาบสังกะสีเพื่อป้องกันสนิม นอกจากนี้ยังมีชนิดที่ผลิตจากเหล็กหล่อ ท่อเหล็กจะทนแรงดันได้สูงมากจึงเหมาะสำหรับเป็นท่อส่งน้ำออกจากเครื่องสูบน้ำ

    2.3 ท่ออลูมิเนียม ทนแรงดันได้สูง มีน้ำหนักเบาใช้เป็นท่อส่งน้ำสำหรับระบบให้น้ำแบบสปริงเกลอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทำให้ประหยัดท่อ

     2.4 ท่อซีเมนต์ใยหิน ผลิตจากซีเมนต์ผสมกับใยหิน ทนแรงดันได้สูง มีขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับเป็นท่อส่งน้ำที่ต้องการปริมาณน้ำมากๆ  

 

 

 

 

ภาพที่ 8 ท่อชนิดต่างๆ

 

3. ข้อต่อ (Fitting) ข้อต่อที่ใช้สำหรับระบบประกอบไปด้วย ข้อต่อตรง ข้องอฉาก ข้อต่อสามตาฉาก ข้อลด สามตาลด ข้อโค้ง เลือกใช้ตามมุมโค้งที่ต้องการ ซึ่งอาจจะใช้ข้อต่อตามชนิดของวัสดุที่ผลิตท่อก็ได้หรืออาจจะใช้ผสมกันตามความเหมาะสมก็ได้

 

 

 

 

 

ภาพที่ 9 ข้อต่อท่อชนิดต่างๆ

 

 4. เครื่องสูบน้ำและต้นกำลัง (Pumping) ทำหน้าที่สูบน้ำและเพิ่มแรงดันให้กับระบบ มีหลายประเภทแยกตามหลักการทำงาน เช่น เครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่ง เครื่องสูบน้ำแบบปั้มชัก เครื่องสูบน้ำแบบเจ็ตปั้มและเครื่องสูบน้ำแบบโรตารี่ ต้นกำลังที่ใช้อาจจะเป็นเครื่องยนต์หรือมอเตอร์ไฟฟ้า การเลือกใช้เครื่องสูบน้ำที่ดีจะต้องพิจารณาถึงอัตราการสูบน้ำหรือความสามารถในการสูบน้ำต่อระยะเวลา ซึ่งจะต้องเพียงพอต่อความต้องการน้ำของหัวจ่ายน้ำในการเปิดน้ำแต่ละครั้ง และจะต้องพิจารณาถึงแรงดันสูงสุดหรือแรงดันใช้งานที่เครื่องสูบน้ำสามารถส่งน้ำไปได้ ทั้งนี้เพื่อให้อัตราการจ่ายน้ำของหัวจ่ายน้ำเป็นไปอย่างสม่ำเสมอและมีรัศมีการฉีดตรงตามที่ออกแบบ

 

 

 

 

 

ภาพที่ 10 เครื่องสูบน้ำประเภทต่างๆ 

 

 

 

5. เครื่องกรองน้ำสำหรับการเกษตร (Filters) ทำหน้าที่ในการกรองน้ำหรือขจัดสิ่งสกปรกที่ติดมากับน้ำก่อนที่จะส่งเข้าระบบให้น้ำพืช การเลือกใช้เครื่องกรองน้ำจะต้องพิจารณาถึงวัสดุที่ใช้ในการกรอง อัตราการกรองน้ำสูงสุด ความดันที่ต้องการและความดันที่สูญเสียจากการกรอง ที่สำคัญคือความละเอียดในการกรอง ซึ่งระบบให้น้ำแบบหยดแนะนำให้ใช้ความละเอียดของวัสดุกรอง ตั้งแต่ 120 เมชขึ้นไป ส่วนการให้น้ำแบบสปริงเกลอร์ควรใช้วัสดุกรองที่มีความละเอียดตั้งแต่ 80 เมช มีข้อแนะนำว่าขนาดของอนุภาคที่ยอมให้ผ่านเครื่องกรองได้นั้น จะต้องมีขนาดเล็กกว่ารูหรือช่องของหัวปล่อยน้ำไม่น้อยกว่า 10 เท่า เพราะอนุภาคทั่ว ๆ ไป อาจก่อตัวกันเป็นกลุ่มและขวางทางน้ำออกได้ เครื่องกรองน้ำมีหลายประเภทสามารถแยกตามวัสดุที่ใช้ในการกรองได้ คือ

     5.1 เครื่องกรองแบบตะแกรงลวด ลักษณะของไส้กรองจะเป็นตะแกรงลวด ตะแกรงดังกล่าวอาจจะทำด้วยลวดทองเหลือง หรือวัสดุอื่น ๆ ที่ไม่เป็นสนิมและมีความทนทาน เช่นพวกไนล่อนและเหล็กไร้สนิม เป็นต้น รูที่เกิดระหว่างลวดในตะแกรงเรียกว่า ช่องเปิด และเป็นสิ่งที่ใช้กำหนดชนิดความละเอียดของตะแกรง คือ นับจำนวนช่องเปิดต่อความยาวของตะแกรง 1 นิ้ว เช่น ตะแกรงเบอร์ (เม็ช) 120 หมายถึงในความยาว 1 นิ้วนั้นจะมีรูเรียงกันอยู่ 120 รู เครื่องกรองแบบตะแกรงเหมาะที่จะใช้กับน้ำผิวดินที่ค่อนข้างสะอาด หรือน้ำจากบ่อบาดาลเท่านั้น เครื่องชนิดนี้อาจจะติดตั้งที่ทางเข้าท่อประธานหรือท่อประธานย่อย และบางครั้งก็ต้องใช้เครื่องกรองแบบนี้รวมกันในชุดเครื่องกรองชนิดอื่น ๆ

     5.2 เครื่องกรองแบบแผ่นพลาสติก ลักษณะของไส้กรองจะเป็นแผ่นพลาสติกบางๆ หลายๆ แผ่นประกบกันอยู่และอัดแน่นด้วยสปริงและตัวเรือนของเครื่องกรองเอง ไส้กรองสามารถทำความสะอาดได้ทั่วถึงและง่ายกว่าแบบตะแกรงปัจจุบันจึงเป็นที่นิยมใช้กันมากกว่าแบบตะแกรง

     5.3 เครื่องกรองแบบถังทราย ใช้ทรายเป็นวัสดุในการกรองเครื่องกรองแบบนี้สร้างขึ้นเพื่อขจัดอนุภาคขนาดละเอียดที่สามารถผ่านเครื่องกรองแบบตะแกรงได้ มีประสิทธิภาพในการกรองมากในการกำจัดอินทรีย์วัตถุและตะไคร่น้ำ เพราะเครื่องกรองแบบถังทรายจะมีพื้นที่ผิวของการกรองที่มากและเหลี่ยมหรือมนของทรายสามารถที่จดักจับเมือกของพวกตะไคร่น้ำได้ดี โดยทั่วไปใช้ชั้นทรายและกรวดที่มีขนาดต่าง ๆ กันเรียงหลายชั้น เพื่อให้น้ำซึมผ่านและกรองในแต่ละชั้น ขนาดเม็ดทรายหรือวัสดุกรองที่นิยมใช้คือ 0.5, 0.75 และ 1 มม. กรวดหรือเศษหินจากภูเขาไฟก็เป็นวัสดุที่เหมาะสมนำมาเป็นวัสดุกรองได้อย่างดี ความลึกของชั้นกรองสามารถผันแปรจาก 30 ซม. ถึง 1.50 เมตร แต่ที่นิยมใช้กันมากอยู่ระหว่าง 60-80 ซม. สำหรับอัตราการไหลต่อหน่วยพื้นที่ยิ่งต่ำ การกรองก็ได้ผลดีมากยิ่งขึ้นและการใช้วัสดุกรองยิ่งละเอียด มาตรฐานของอัตราการกรองไม่ควรเกิน 2 ลิตร/ชม./ซม.2 สำหรับทรายที่มีขนาด 0.4-0.6 มม.และความหนาของชั้นทรายประมาณ 75 ซม. แต่ในปัจจุบันนิยมใช้อัตราที่สูงกว่าคือ ประมาณ 4-6 ลิตร/ชม./ซม.2 โดยใช้กับทรายหยาบ ซึ่งมีชั้นความหนาประมาณ 60-70 ซม. การทำความสะอาดทำได้โดยการอัดน้ำกลับทาง น้ำจะไหลย้อนกลับล้างจากก้นถังขึ้นไปยังข้างบน แล้วเปิดเอาตะกอนออกทิ้งไป สำหรับความถี่ของการล้างทำความสะอาดจะผันแปรจากช่วงสั้น ๆ 2-3 ชม. ถึงทุก ๆ วัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพของน้ำและสารกรองที่ใช้

     5.4 ครื่องกรองแบบถังไซโคลน เป็นเครื่องกรองน้ำที่ใช้ในการแยกทรายออกจากน้ำ ในกรณีที่น้ำมีเม็ดทรายปะปนอยู่ รูปร่างของเครื่องกรองมีลักษณะคล้าย ๆ กรวยคว่ำลง โดยให้น้ำไหลเข้าด้านข้าง เกิดการไหลเหวี่ยงวน ส่วนทางน้ำออกอยู่ข้างบน หลักการทำงานของเครื่องกรองชนิดนี้ คือน้ำจะเข้าทางด้านข้างและไหลวน จนเกิดการเคลื่อนที่เป็นแบบน้ำเหวี่ยงวนสองชนิดขึ้นภายในตัวถังกรอง คือกระแสน้ำวนหลัก จะเหวี่ยงวนนำพาอนุภาคของของแข็งกระทบกับผนังของเครื่องกรอง และตกลงข้างล่างเพื่อระบายทิ้ง และกระแสน้ำวนรองจะยกน้ำสะอาดขึ้นสู่ทางออกข้างบน เครื่องกรองชนิดนี้ถึงแม้มีขนาดเล็ก ก็สามารถกรองทรายขนาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี แต่ไม่สามารถจะขจัดพวกอินทรีย์วัตถุ หรืออนุภาพที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำได้ จึงจำเป็นต้องใช้ร่วมกับเครื่องกรองน้ำชนิดอื่น ๆ

 

 

 

ภาพที่ 11 เครื่องกรองน้ำสำหรับการเกษตรชนิดต่างๆ

 

6. อุปกรณ์อื่นๆ
    6.1 เกจวัดแรงดันน้ำ สำหรับวัดแรงดันของน้ำภายในระบบอาจจะติดตั้งได้หลายจุดเช่น หน้าและหลังเครื่องกรองน้ำ ที่เครื่องสูบน้ำและอาจจะติดตั้งที่ท่อรองประธานในแปลงพืชอีกก็ได้
    6.2 มิเตอร์วัดอัตราการไหลของน้ำ สำหรับดูปริมาณน้ำที่จ่ายเข้าแปลงพืชว่ามีปริมาณตามที่กำหนดไว้หรือไม่
    6.3 วาล์วระบายอากาศ สำหรับระบายอากาศออกจากระบบท่อเพื่อให้น้ำไหลผ่านท่อได้สะดวกขึ้น
    6.4 วาล์วกันน้ำไหลย้อนกลับ
    6.5 เครื่องผสมปุ๋ยเคมีร่วมกับระบบให้น้ำพืช
    6.6 วาล์วไฟฟ้า
    6.7 เครื่องควบคุมการให้น้ำพืชแบบอัตโนมัติ
 
 
 

 ภาพที่ 12 อุปกรณ์ประกอบระบบอื่นๆ เช่น เกจวัดแรงดันน้ำ มิเตอร์วัดปริมาณและอัตราการไหลของน้ำ ประตูน้ำธรรมดาและไฟฟ้า วาล์วลดแรงดันน้ำ ถังและสวิทช์ควบคุมแรงดัน

 

ขอบคุณที่มา http://www.ku.ac.th/e-magazine/february44/agri/water.html







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เลขที่ 45/10 หมู่ 4 ตำบลพิมลราช อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110 โทรศัพท์: 0-2997-5548, 0-2194-8182-83 โทรศัพท์มือถือ 082-782-9049 แฟ็ก: 0-2997-5549
E-mail : greendis_covery@yahoo.co.th